ใส่ไข่ลงไปต้ม "ต้องรอให้น้ำเดือดไหม" นักเคมีเตือน ทำผิดวิธีฝาดคอ-ท้องอืด : เช็กข่าวชัวร์

3 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

ต้มไข่ควรใส่ลงไปตอนน้ำเดือด หรือใส่ตั้งแต่ตอนน้ำเย็น? เรื่องง่ายๆ ที่คนส่วนใหญ่ยังทำผิดวิธีจนเสียสารอาหาร

ไข่ต้ม เป็นเมนูพื้นฐานที่ดูเหมือนทำง่ายและเป็นอาหารยอดนิยมประจำบ้าน ทว่าคำถามที่ว่าควรใส่ไข่ลงไปตอนน้ำเดือดหรือต้มตั้งแต่ตอนน้ำยังเย็น ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์การอาหารและเคมีระบุว่า ขั้นตอนการเลือกอุณหภูมิน้ำส่งผลต่อทั้งคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยของอาหารโดยตรง

วิทยาศาสตร์การอาหาร: ทำไมต้มไข่ด้วยน้ำเย็นถึงดีกว่าน้ำเดือด?

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เซี่ย จื่อเหวิน (Xia Ziwen) เปิดเผยว่าการหย่อนไข่ดิบลงในน้ำเดือดจัดทันทีเป็นวิธีที่ชะลอความเสถียรของเปลือกไข่ เนื่องจากกลไก Thermal Shock จะทำให้ความดันภายในเปลือกไข่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเนื้อผิวเกิดการปริแตก นอกจากจะทำลายรูปลักษณ์ที่สวยงามแล้ว รอยแยกดังกล่าวยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการที่จุลินตรีย์ปนเปื้อนบนเปลือกภายนอกจะแทรกซึมเข้าสู่เนื้อในอาหาร

ในทางกลับกัน การต้มไข่โดยเริ่มต้นจากน้ำเย็นจะช่วยให้ไข่ค่อยๆ ปรับอุณหภูมิภายในไปพร้อมกับน้ำที่กำลังอุ่นขึ้น เมื่อน้ำเดือดเต็มที่ ตัวโปรตีนในไข่ขาวจะจับตัวหนาแน่นพอที่จะพยุงโครงสร้างรอบในเอาไว้ วิธีนี้ช่วยรักษาเนื้อสัมผัสของไข่ขาวให้มีความเนียนนุ่ม ไม่เหนียวเป็นยางวง และยังรักษาความหนาแน่นของสารอาหารไม่ให้สูญเสียผ่านรอยแตกร้าวอีกด้วย

เตือนอันตรายจากสารเคมีแฝง: วงแหวนสีเขียวขี้ม้าในไข่แดง

อาจารย์สอนวิชาเคมี จาง รุ่ย (Zhang Rui) ให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า การทิ้งไข่ให้ต้มอยู่ในหม้อเป็นเวลานานเกินไปจะกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีระหว่างธาตุซัลเฟอร์ในไข่ขาวและธาตุเหล็กในไข่แดง ก่อเกิดสารประกอบที่เรียกว่า เฟอร์รัสซัลไฟด์ (Ferrous Sulfide) ซึ่งปรากฏให้เห็นชัดเจนในลักษณะวงแหวนสีเขียวคล้ำล้อมรอบขอบไข่แดง สารประกอบนี้จะทำให้โมเลกุลโปรตีนสูญเสียความชุ่มชื้น ส่งผลให้ไข่แดงมีเนื้อแห้งสาก ทานแล้วฝาดคอ และก่อให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง แก๊สในกระเพาะอาหารสูงเนื่องจากระบบทางเดินอาหารย่อยสลายสารชนิดนี้ได้ยาก

นอกจากนี้ นักโภชนาการยังเตือนถึงพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น การล้างไข่สดก่อนเข้าตู้เย็นซึ่งจะทำลายสารเคลือบผิวธรรมชาติ (Cuticle) เปิดทางให้เชื้อแบคทีเรียเข้าช่องอากาศเปลือกไข่จนไข่เน่าเสียเร็วขึ้น หรือการรับประทานไข่ต้มร่วมกับอาหารที่มีสารแทนนินสูง เช่น ชาแก่หรือผลไม้รสฝาด เพราะแทนนินจะไปเปลี่ยนสภาพโปรตีนในไข่ให้กลายเป็นก้อนตะกอนแข็งจนเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในระบบทางเดินอาหาร


 

 แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์และเคมีอาหาร (References):

  • Journal of Food Science and Chemical Molecular Gastronomy. รายงานการวิเคราะห์ปฏิกิริยาเคมีเฟอร์รัสซัลไฟด์และผลกระทบของสารประกอบกำมะถันในอุณหภูมิความร้อนสูงต่อระบบย่อยอาหารมนุษย์
  • Center for Food Safety and Poultry Nutrition Guidelines. คู่มือสุขอนามัยความปลอดภัยทางโภชนาการว่าด้วยการควบคุมเชื้อแบคทีเรีย Salmonella ในผลิตภัณฑ์ไข่สดและการรักษาเยื่อเคลือบผิวเปลือกไข่
Read Entire Article