ระวังด้วย "อัลมอนด์" ไม่ได้มีแค่ประโยชน์ นักโภชนาการบอก "อันตราย" ที่คาดไม่ถึง

3 days ago 3
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

ระวังด้วย "อัลมอนด์" ไม่ได้มีแค่ประโยชน์ นักโภชนาการบอก "อันตราย" ที่คาดไม่ถึง กินมากเสี่ยงหลายโรค

อัลมอนด์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก จึงได้รับความนิยมจากหลายคน ไม่เพียงช่วยต้านความเครียดจากภาวะออกซิเดชัน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกขนมจุกจิก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร

นักโภชนาการ “เหล่ากู” จากไต้หวัน กล่าวในเพจเฟซบุ๊ก 老辜營養與科學 ว่า มีงานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า ภาวะออกซิเดชันคือภาวะที่ร่างกายมี อนุมูลอิสระ (Free radicals) มากเกินไป เป็นปัจจัยสำคัญของโรคเรื้อรังและความชรา เมื่ออนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายเสียสมดุล อาจทำลายเซลล์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ภาวะสมองเสื่อม และแม้กระทั่งมะเร็ง

วิจัยพบว่ามีประโยชน์จริง

จากการทบทวนและวิเคราะห์รวมข้อมูลเชิงระบบ (Systematic review and meta-analysis) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารเครือ Nature เดือนสิงหาคม 2025 ที่รวบรวมผลจากการศึกษา 8 งานวิจัย ครอบคลุมอาสาสมัคร 424 คน พบว่าการบริโภคอัลมอนด์เกิน 60 กรัมต่อวัน สามารถลดตัวบ่งชี้ความเสียหายของเซลล์ได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น มาลอนไดอัลดีไฮด์ (MDA), 8-OHdG และกรดยูริก พร้อมทั้งเพิ่มกิจกรรมของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ (SOD) ซึ่งบ่งชี้ว่าอัลมอนด์ช่วยต้านภาวะออกซิเดชันได้จริง

โทษและผลข้างเคียง

อย่างไรก็ตาม ตามคำแนะนำของคู่มือโภชนาการรายวันของไต้หวัน ระบุว่า ผู้ใหญ่ควรบริโภคถั่วและเมล็ดพืชวันละประมาณ 1 หน่วย โดยอัลมอนด์ 7 กรัม (ราว 5 เม็ด) ถือเป็น 1 หน่วย หากต้องการให้ถึงปริมาณ 60 กรัมตามงานวิจัย จะเท่ากับราว 8.5 หน่วย (ราว 42 เม็ด) หรือประมาณ 383 กิโลแคลอรี ซึ่งในชีวิตประจำวันถือว่าทำได้ยาก อีกทั้งการรับประทานในปริมาณมากเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ คลื่นไส้ หรือปัญหาทางเดินอาหาร

นอกจากนี้ อัลมอนด์ยังมีปริมาณออกซาเลตสูง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในผู้ที่เคยมีประวัตินิ่วในไต จึงไม่แนะนำให้รับประทานในปริมาณมากต่อเนื่อง

หากต้องบริโภคอัลมอนด์ในปริมาณ “ที่มีประสิทธิภาพ” ตามงานวิจัย จะทำให้ได้รับพลังงานและไขมันสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนในระยะยาว แต่สำหรับผู้ที่พยายามเลิกขนมกรุบกรอบอย่างมันฝรั่งทอดหรือคุกกี้ อาจเริ่มจากการเปลี่ยนมารับประทานอัลมอนด์ไม่ปรุงรสแทน เพื่อลดการได้รับคาร์โบไฮเดรตขัดสีและไขมันอิ่มตัว พร้อมทั้งได้รับประโยชน์ด้านการต้านอนุมูลอิสระและสุขภาพจากอัลมอนด์

การเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวไม่ดีต่อสุขภาพมาเป็นอัลมอนด์ อาจช่วยเปลี่ยนสุขภาพไปในทางที่ดีขึ้น โดยเริ่มจากการแทนที่ แล้วค่อย ๆ ลดปริมาณจนเหลือเพียงวันละ 1 หน่วยของถั่วไม่ปรุงรส ร่วมกับการรับประทานอาหารให้สมดุลและออกกำลังกายสม่ำเสมอ จึงจะเป็นวิธีดูแลสุขภาพและชะลอความชราได้อย่างยั่งยืน

Read Entire Article