5 ความผิดปกติของ "น่อง" อาจเป็นสัญญาณโรคสมอง ร่างกายเตือนล่วงหน้าแต่หลายคนมองข้าม เสี่ยงพิการ อันตรายถึงชีวิต
ก่อนที่อาการปวดศีรษะรุนแรง แขนขาอ่อนแรง หรือปากเบี้ยวจะเฉียบพลันเข้ามาโจมตี... ร่างกายอาจพยายามส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าผ่าน "ความผิดปกติที่น่อง" แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามไป!
หลายคนมักฝังใจเชื่อว่า สัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรืออาการสโตรก จะแสดงออกแค่บริเวณใบหน้าและศีรษะ เช่น ปากเบี้ยว พูดติดอ่าง หรือชาตามมือและเท้าเท่านั้น ทว่าผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้ออกมาเตือนให้เราต้องตื่นตัวว่า "น่อง" คือแว่นขยายที่สะท้อนสุขภาพของหลอดเลือดได้ดีที่สุด แม้จะอยู่ไกลจากสมอง แต่หากคุณละเลย 5 ความผิดปกติที่น่องต่อไปนี้ คุณอาจกำลังพลาด "นาทีทอง" ในการยื้อชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง
ความผิดปกติที่น่อง เตือนภัยโรคหลอดเลือดสมองได้?
คุณหวัง ชายชาวจีนวัย 68 ปี มีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูงมานานหลายปี เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เขาเริ่มรู้สึกปวดและบวมเบาๆ ที่น่องข้างหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่เดินไปได้เพียงไม่กี่สิบเมตร ขาจะเริ่มล้าและอ่อนแรงจนก้าวต่อไม่ไหว โดยเฉพาะตอนกลางคืน น่องของเขาจะเย็นเฉียบและมีอาการชาจนทรมาน
ด้วยความที่คิดว่าเป็นเพียงอาการขาเย็นในผู้สูงอายุหรือแค่ความเหนื่อยล้าทั่วไป คุณหวังจึงซื้อพลาสเตอร์มาแปะเองและใช้วิธีแช่เท้าในน้ำอุ่นโดยไม่ได้ไปพบแพทย์ จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง หายนะก็มาเยือนเมื่อเขาจู่ๆ ก็พูดติดอ่าง ร่างกายซีกขวาอ่อนแรงโดยสิ้นเชิงและล้มฟุบลงกับพื้น
ที่โรงพยาบาล คุณหวังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Cerebral Infarction) เนื่องจากมีลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสมอง แพทย์ผู้รักษาได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดายเมื่อทราบจากญาติว่าเขามีอาการผิดปกติที่ขามานานหลายเดือนแต่ไม่ยอมมาตรวจ
แพทย์ระบุว่า ตาม "แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคสมองขาดเลือดเฉียบพลันของจีน ปี 2023" โรคหลอดเลือดสมองไม่เคยเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการอุดตันในหลอดเลือดที่สะสมมานาน ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าหลายเดือน และบริเวณ "น่อง" คือจุดที่ผู้คนมักมองข้ามมากที่สุด
ขณะเดียวกัน ผลวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา สมาคมแพทยศาสตร์แห่งประเทศจีน เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองถึง 70% เคยมีอาการผิดปกติที่ขาในระดับที่แตกต่างกัน สัปดาห์ละ 1-3 เดือน ก่อนที่อาการสมองขาดเลือดจะปะทุขึ้นอย่างเฉียบพลัน
เนื่องจากระบบหลอดเลือดเป็นเครือข่ายที่เชื่อมถึงกันทั่วร่างกาย ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งจะจู่โจมไปทุกจุด และในฐานะที่อวัยวะส่วนขาอยู่ไกลจากหัวใจที่สุด น่องจึงไวต่อแรงดันเลือดอย่างมาก แม้แต่ลิ่มเลือดขนาดเล็กหรือส่วนที่ตีบเพียงนิดเดียวก็สามารถแสดงอาการชัดเจนที่นี่ ก่อนที่มันจะเคลื่อนตัวขึ้นสู่สมอง การที่มองข้ามการเปลี่ยนแปลงที่น่องจึงเป็นการทิ้งโอกาสในการสกัดกั้นโรคหลอดเลือดสมองที่อันตราย
โชคดีที่หลังจากทีมแพทย์ระดมพลังช่วยชีวิต คุณหวังก็รอดพ้นจากขีดอันตรายมาได้ แต่ระยะเวลาในการฟื้นตัวนั้นแพทย์เองก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงด้านการเคลื่อนไหวและการพูดก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

5 ความผิดปกติที่น่อง สัญญาณเตือนภัยเงียบ "โรคหลอดเลือดสมอง"
หากไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์ "สายเกินแก้" แพทย์ขอเตือนให้สังเกต 5 การเปลี่ยนแปลงที่น่องต่อไปนี้ที่คุณห้ามมองข้ามเด็ดขาด:
1. ปวดน่องผิดปกติ เป็นๆ หายๆ
นพ. เว่ย ฉง (Wei Qiong) จากโรงพยาบาลจงต้า มหาวิทยาลัยตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศจีน) เตือนว่า หากคุณเดินแค่ไม่กี่ร้อยเมตรแล้วรู้สึกปวดเกร็งที่น่อง พอหยุดพักไม่กี่นาทีก็หาย แต่พอเดินต่อก็ปวดอีก นี่คือสัญญาณของ "โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน" งานวิจัยปี 2024 ในวารสารประสาทวิทยาของจีนพิสูจน์แล้วว่า ผู้ป่วยที่มีอาการนี้มีสิทธิ์เกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้นถึง 3.2 เท่า ภายในเวลา 3 ปี อาการขาดเลือดที่น่องจึงเป็นเสมือนกระจกเงาที่สะท้อนว่าหลอดเลือดสมองก็กำลังขาดเลือดอยู่เช่นกัน
2. น่องข้างใดข้างหนึ่งเย็นเฉียบและผิวซีดจาง
แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น แต่น่องข้างหนึ่งกลับเย็นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสัมผัส และผิวดูซีดกว่าอีกข้าง ควรระวังโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง นพ. สวี่ เสี่ยวจิน (Xu Xiaojin) รองหัวใจแผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลประชาชนแห่งที่ 1 เมืองหวยอัน (ประเทศจีน) ระบุว่า สถิติทางคลินิกพบว่าผู้ที่มีอาการนี้มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 47% ภายใน 3 ปี ส่งสัญญาณว่าหลอดเลือดสมองในซีกเดียวกันกำลังถูกบีบรัด
3. น่องบวมโตเฉียบพลันและมีอาการกดบุ๋ม
นพ. เว่ย ฉง อธิบายอาการนี้ว่า เมื่อใช้นิ้วกดลงไปที่บริเวณหน้าแข้งหรือน่องแล้ว เกิดรอยบุ๋มลึกและต้องใช้เวลานานกว่าผิวจะเด้งกลับคืนมา พร้อมผิวหนังที่ดูตึงเงา
นี่คือสัญญาณเตือนภัยขั้นรุนแรง (Red Flag) ของ "ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT)" ซึ่งหากลิ่มเลือดนี้หลุดลอยไปตามกระแสเลือด มันจะพุ่งตรงไปที่สมองและทำให้เกิดการอุดตันทันที ซึ่งเกิดขึ้นเร็วมากและมีอัตราการพิการสูง
4. ชาหรือรู้สึกยิบๆ เหมือนมดไต่เป็นประจำ
อาการชาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องที่น่องข้างใดข้างหนึ่ง แม้ในขณะที่นั่งพัก ผสานกับการรับความรู้สึกร้อน เย็น หรือเจ็บปวดลดลง นพ. สวี่ เสี่ยวจิน กล่าวว่านี่อาจเป็นสัญญาณของการอุดตันในหลอดเลือด
ข้อมูลทางคลินิกในจีนพบว่า 68% ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีอาการชาแขนขาในระยะแรก และในจำนวนนั้น 35% มีอาการเฉพาะที่ขาเพียงอย่างเดียว ทำให้มักถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรคกระดูกสันหลัง
5. ผิวน่องแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย และขนร่วงอย่างหาสาเหตุไม่ได้
สภาพผิวบริเวณน่องที่หยาบกร้าน ลอกเป็นสะเก็ดเป็นเวลานาน พร้อมกับขนหน้าแข้งที่ค่อยๆ บางลงจนร่วงหมดเฉพาะจุด โดยไม่มีสาเหตุแน่ชัด อาจเป็นเสียงร้อง "ขอความช่วยเหลือ" ของร่างกายก่อนเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
พญ. หลิน เยี่ยน (Lin Yan) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา โรงพยาบาลประชาชนมณฑลเสฉวน เตือนว่า นี่ไม่ใช่โรคผิวหนัง แต่เป็นผลจากการที่เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและรากขนขาดออกซิเจนและสารอาหารเรื้อรัง เนื่องจากหลอดเลือดตีบตันอย่างรุนแรง
คำแนะนำจากแพทย์: เพื่อปกป้องชีวิตจากโรคสมองขาดเลือดที่อันตรายนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง จำเป็นต้องทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อควบคุมค่าต่างๆ ให้คงที่ ขณะเดียวกัน ควรเข้ารับการตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดขา (Vascular Ultrasound) และตรวจคัดกรองร่างกายทุกๆ 6-12 เดือน

4 hours ago
3




English (US) ·