เผลอทำอยู่หรือเปล่า? หากเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าบ่อยๆ อย่าลืมปิดฟีเจอร์เหล่านี้

3 days ago 4
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

คุณเคยเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าแล้วเจอว่า หน้าจอสว่างเอง กดโดนโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือเครื่องร้อนผิดปกติ ไหม? สาเหตุอาจมาจาก ฟีเจอร์ที่เปิดใช้งานอยู่โดยคุณไม่รู้ตัว

การเก็บโทรศัพท์ไว้ใน กระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋าเป้ เป็นเรื่องปกติของผู้ใช้สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ สะดวกและเรียบร้อย แต่คุณอาจไม่รู้ว่า นิสัยนี้อาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว โทรออกเอง หรือแม้แต่เสี่ยงต่อความเสียหาย หากฟีเจอร์อัจฉริยะบางอย่างยังเปิดใช้งานอยู่

แล้วฟีเจอร์เหล่านี้คืออะไร?

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ติดตั้งฟังก์ชันอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้ใช้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น เช่น

  • Tap to Wake (แตะเพื่อปลุกหน้าจอ) : เพียงแตะหน้าจอเบา ๆ โทรศัพท์ก็จะสว่างขึ้นเพื่อดูการแจ้งเตือน เวลา หรือปลดล็อก

  • Always-On Display (หน้าจอเปิดตลอดเวลา) : แสดงข้อมูลพื้นฐาน เช่น เวลา วันที่ หรือแจ้งเตือน แม้โทรศัพท์จะล็อกอยู่

ทำไมควรปิดฟีเจอร์เหล่านี้เมื่อเก็บโทรศัพท์ในกระเป๋า?

เมื่อสมาร์ทโฟนอยู่ในกระเป๋า แรงเสียดสีจากเสื้อผ้าหรือสิ่งของรอบ ๆ อาจทำให้หน้าจอสว่างขึ้นและตอบสนองการสัมผัสเหมือนผู้ใช้กำลังใช้งานจริง สิ่งนี้อาจก่อปัญหาหลายด้าน เช่น โทรศัพท์เปิดแอปเอง โทรออกเอง โดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว ทำให้เสียค่าใช้จ่ายและข้อมูล

นอกจากนี้ การที่หน้าจอสว่างขึ้นบ่อย ๆ ยังทำให้ แบตเตอรี่หมดเร็ว และลดอายุการใช้งานของชิ้นส่วน โดยเฉพาะ หน้าจอสัมผัสที่ไวต่อการสั่งงาน หากโทรศัพท์ไม่ได้ล็อกด้วยรหัสหรือระบบรักษาความปลอดภัย การสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจอาจเข้าถึง ข้อมูลส่วนตัว เสี่ยงต่อการรั่วไหล

ยิ่งไปกว่านั้น หากโทรศัพท์อยู่ใน พื้นที่แคบและยังทำงานต่อเนื่อง ความร้อนสูงอาจทำให้เครื่องร้อนผิดปกติ ส่งผลต่อ ประสิทธิภาพและความทนทานของอุปกรณ์ และอาจทำให้ ชิ้นส่วนภายในเสียหาย

เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ ผู้ใช้ควร ปรับตั้งค่าฟีเจอร์บนโทรศัพท์อย่างเหมาะสม

1. ปิดฟีเจอร์ที่อาจทำงานโดยไม่ตั้งใจ

เข้าไปที่ การตั้งค่า > จอแสดงผล (Display) บนโทรศัพท์

  • บน iPhone : ค้นหาเมนู “Tap to Wake” (แตะเพื่อปลุกหน้าจอ) แล้วสลับเป็น ปิด

  • บน Android : ปิด “Lift to Wake” (ยกเพื่อปลุกหน้าจอ) และ “Always-On Display” (หน้าจอเปิดตลอดเวลา) หากมี

การตั้งค่านี้จะช่วย ป้องกันหน้าจอสว่างขึ้นหรือทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อมีแรงเสียดสีภายในกระเป๋า

2. ปิดแอปที่ทำงานเบื้องหลัง

แอปที่ทำงานอยู่เบื้องหลังไม่เพียงแต่ กินทรัพยากรเครื่อง แต่ยังทำให้โทรศัพท์ ช้าลง ก่อนเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ควรทำดังนี้:

  1. กดปุ่ม มัลติทาสก์ (มักเป็นสัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมที่มุมล่างของหน้าจอ)

  2. ปัดเพื่อ ปิดแอปทีละตัว หรือกด ปิดทั้งหมด เพื่อ ปลดล็อก RAM

การทำเช่นนี้จะช่วยให้โทรศัพท์ ทำงานลื่นไหลขึ้น และ ประหยัดแบตเตอรี่ อย่างเห็นได้ชัด

Tofros.com

3. เปิดโหมดเก็บในกระเป๋า (Pocket Mode)

สมาร์ทโฟน บางรุ่นของ Android มีฟีเจอร์นี้ให้ใช้งาน

  1. เข้าไปที่ การตั้งค่า > จอแสดงผล > Pocket Mode

  2. เปิดใช้งานฟีเจอร์

เมื่อเปิดใช้งาน Pocket Mode โทรศัพท์จะ ล็อกหน้าจออัตโนมัติ เมื่อตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับว่าเครื่องอยู่ใน กระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสะพาย ช่วยป้องกันการสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ

4. ตั้งค่าการล็อกหน้าจออย่างปลอดภัย

แม้ว่าจะปิดฟีเจอร์ทั้งหมดแล้ว แต่ ความปลอดภัยของอุปกรณ์ยังสำคัญ

  1. เข้าไปที่ การตั้งค่า > ความปลอดภัย (Security)

  2. เลือกวิธีล็อกหน้าจอ เช่น รหัสผ่าน, ลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้า

วิธีนี้จะช่วยให้ ข้อมูลในโทรศัพท์ปลอดภัย แม้หน้าจอจะถูกเปิดโดยไม่ตั้งใจ

5. เก็บโทรศัพท์อย่างถูกวิธี

  • หลีกเลี่ยงการเก็บในกระเป๋าที่แน่นเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดแรงกดและการกระแทกซ้ำ ๆ

  • หลีกเลี่ยงการวางโทรศัพท์ในที่ร้อน เช่น กระโปรงท้ายรถ หรือกระเป๋ากางเกงในวันที่อากาศร้อน เพราะความร้อนสูงอาจทำให้ แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว และ ชิ้นส่วนภายในเสียหาย

ข้อควรระวังเมื่อเก็บโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง

  • หันหน้าจอเข้าด้านใน

เมื่อวางโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง ควร หันหน้าจอเข้าด้านใน แทนที่จะหันออกด้านนอก วิธีนี้จะช่วย ลดความเสี่ยงหน้าจอเป็นรอยหรือแตก จากการกระแทกขณะเคลื่อนที่

นอกจากนี้ เนื่องจาก แบตเตอรี่มักอยู่ด้านหลังของโทรศัพท์ การหันหน้าจอเข้าด้านในยังช่วย กระจายความร้อนและระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น

คว่ำพอร์ตชาร์จขึ้นด้านบน

นิสัยที่หลายคนมักทำคือ วางโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงโดยพอร์ตชาร์จหันลงด้านล่าง ซึ่งอาจทำให้ ฝุ่นหรือเส้นใยผ้าเข้าไปในลำโพงหรือพอร์ตชาร์จ ส่งผลต่อ คุณภาพเสียงและการชาร์จแบตเตอรี่

เพื่อปกป้องอุปกรณ์ ควรให้ พอร์ตชาร์จหันขึ้นด้านบน ก่อนเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า

Read Entire Article