ผู้เชี่ยวชาญพบว่า มี 3 ลักษณะของเด็กที่อาจบ่งบอกว่า พวกเขามีแนวโน้มสูงที่จะเติบโตเป็นไซโคพาธ
พ่อแม่ควรตั้งใจสังเกต หากพบว่าเด็กมีพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าของบุคลิกภาพแบบไซโคพาธ
โดยเด็กบางคนสามารถแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงสูงต่อการพัฒนาสภาวะทางจิตที่เรียกว่าไซโคพาธ
โดยพื้นฐานแล้ว สภาวะนี้คือความผิดปกติด้านบุคลิกภาพที่ทำให้ผู้คนมีพฤติกรรมเห็นแก่ตัว ขาดความเห็นใจผู้อื่น หรือประพฤติตัวแบบประมาท บางครั้งอาจทำผิดกฎหมาย และยังมีสัญญาณเตือนสำหรับผู้ใหญ่ที่อาจอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
ตามงานวิจัยของศาสตราจารย์เอสซี่ วิดิง การมีลักษณะเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะกลายเป็นไซโคพาธแน่นอน แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าหากไม่ได้รับการดูแลหรือแก้ไข อาจพัฒนาไปในทิศทางนั้นได้
ลักษณะเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม “ดื้อซน” ของเด็ก เช่น การงอแง แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า ความผิดปกติด้านพฤติกรรม (conduct disorder) ร่วมกับลักษณะไร้อารมณ์และไร้ความเห็นอกเห็นใจ (callous-unemotional หรือ CU traits)
ทีมวิจัยของวิดิงศึกษากลุ่มเด็กเล็ก รวมถึงฝาแฝด เพื่อหาว่า ปัจจัยสิ่งแวดล้อมหรือพันธุกรรมมีบทบาทมากกว่ากัน
พวกเขาสังเกตอารมณ์ของเด็กและวิธีจัดการความหงุดหงิด พร้อมวิเคราะห์กิจกรรมสมองและสัญญาณสุขภาพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อดูว่าเด็กประมวลผลอารมณ์อย่างไร
จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์นี้ พบว่า เด็กอายุระหว่าง 3–4 ปี มี 3 ลักษณะที่อาจบ่งชี้ว่า มีแนวโน้มพัฒนาเป็นไซโคพาธในอนาคต
3 สัญญาณเตือนล่วงหน้าของบุคลิกภาพแบบไซโคพาธ
- ขาดความรู้สึกทางอารมณ์
ผู้เชี่ยวชาญสังเกตว่า เด็กบางคนไม่รู้สึกเสียใจเมื่อเห็นใครเศร้าหรือได้รับบาดเจ็บ และไม่สนใจหากขโมยของเล่นของคนอื่น แม้ว่าพวกเขาจะร้องไห้ในสถานการณ์อื่น ๆ
การขาดปฏิกิริยาทางอารมณ์ต่อความเจ็บปวดของผู้อื่นถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ
- ไม่สามารถเชื่อมโยงการกระทำกับบทลงโทษ
เด็กบางคนไม่สามารถเรียนรู้จากการถูกลงโทษได้ แม้ว่าจะถูกจำกัดสิทธิหรือให้นั่งพัก ก็ยังกลับไปทำพฤติกรรมที่เป็นอันตรายซ้ำอีก
นี่เป็นสัญญาณว่าพวกเขาไม่สามารถรับรู้ได้ว่ากำลังทำสิ่งที่ผิด หรือไม่เข้าใจเหตุผลที่ถูกตักเตือน
- ไม่สนใจว่าคนอื่นจะพอใจหรือไม่
เด็กส่วนใหญ่สนุกสนาน ชอบที่จะมีเพื่อน และทำให้พ่อแม่มีความสุข แต่บางคนก็สนใจแค่ว่าพวกเขาต้องการอะไร
พวกเขาไม่รู้สึกยินดีเมื่่อเห็นผู้อื่นมีความสุข ตามคำกล่าวของวิดิงกับ The Telegraph ว่า
“คุณไม่ได้รับความผิดปกติด้านบุคลิกภาพเต็มรูปแบบเป็นของขวัญวันเกิดตอนอายุ 18 ปี ดังนั้นจึงมีเด็กบางคนที่มีลักษณะเหล่านี้ตั้งแต่อายุยังน้อย
การระบุเด็กเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำนายได้อย่างแน่นอนว่าเขาจะกลายเป็นไซโคพาธในวัยผู้ใหญ่ แต่เด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มเพื่อนร่วมวัย”
Starz Entertainment
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Restorative Neurology and Neuroscience ซึ่งยังพบว่าลักษณะเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมในครอบครัว
ตัวอย่างเช่น แฝดเหมือนมีแนวโน้มที่จะมีลักษณะ CU มากกว่าแฝดต่างไข่
พันธุกรรมยังมีบทบาทเช่นกัน เพราะความแตกต่างในการทำงานของสมอง เช่น บริเวณอามิกดาลา สามารถบ่งชี้ถึงแนวโน้มของไซโคพาธได้
วิดิงแนะนำว่าพ่อแม่สามารถทำได้ 3 อย่างเพื่อลดความเสี่ยงที่เด็กจะกลายเป็นไซโคพาธ ได้แก่ การอบอุ่นและแสดงความรัก การบำบัดจิตใจ และการลงมือแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ
“พฤติกรรมใด ๆ ยิ่งฝังรากลึก ยิ่งยากต่อการแก้ไข” ศาสตราจารย์กล่าว
พร้อมเสริมว่า “แต่เราก็ทราบว่าการแทรกแซงในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ก็ได้ผล ดังนั้นข้อความสำคัญคือ แม้ไม่ได้เริ่มตั้งแต่ 5 ปีแรก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีประโยชน์”