NVIDIA เดินหน้าอัปเกรดซอฟต์แวร์หลักของค่ายอย่าง NVIDIA App ด้วยการปล่อยอัปเดตครั้งใหญ่ต้อนรับงาน Gamescom 2025 ซึ่งรอบนี้เรียกได้ว่าเป็นการรวมฟีเจอร์ที่ทั้งผู้เล่นเกมและผู้ใช้งานทั่วไปต่างรอคอยกันมานาน โดยเฉพาะการเพิ่ม DLSS Override Global Setting ที่ทำให้การตั้งค่ากราฟิกของเกมกลายเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย
ฟีเจอร์ DLSS Override Global Setting ทำงานตามชื่อเลย คือเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ตั้งค่าการใช้งาน DLSS แบบ Global ครั้งเดียวแล้วมีผลกับทุกเกมและทุกแอปพลิเคชันบนเครื่อง โดยไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งปรับค่า DLSS แยกเป็นรายเกมเหมือนที่ผ่านมา ผู้เล่นยังสามารถเข้าไปดูสถานะการ Override ได้ทันทีจาก in-game overlay (กด Alt+Z) ซึ่งถือว่าสะดวกสำหรับคนที่ต้องการเช็กค่าที่กำลังใช้งานอยู่จริง ๆ ในแต่ละเกม ปัจจุบัน NVIDIA ก็ยืนยันแล้วว่าเกมและแอปที่รองรับ DLSS 4 มีมากกว่า 175 รายการ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนพูดถึงคือ Smooth Motion ฟีเจอร์ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยสร้างเฟรมเสริมในเกม เพื่อให้การเล่นเกมดูสมูทและไหลลื่นขึ้นไปอีกขั้น คล้ายกับแนวคิดของ AMD Fluid Motion Frames ที่ NVIDIA ออกแบบให้ทำงานได้ในระดับไดรเวอร์โดยตรง เดิมที Smooth Motion เปิดให้ใช้เฉพาะผู้ที่มีการ์ดจอ RTX 50 series เท่านั้น
แต่ในอัปเดตนี้ NVIDIA ใจดีขยายมาถึงผู้ใช้ RTX 40 series แล้ว ทำให้ใครที่ยังไม่ได้อัปเกรดไปการ์ดรุ่นล่าสุดก็สามารถสัมผัสความลื่นไหลได้เหมือนกัน ฟีเจอร์นี้ยังทำงานร่วมได้กับทั้ง DLSS Super Resolution, การเรนเดอร์แบบ native และแม้กระทั่ง upscaler ค่ายอื่น ๆ โดย NVIDIA เคลมว่าสามารถเพิ่ม “อัตราเฟรมที่รับรู้สึกได้” เกือบสองเท่าเลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะลงไปสู่การ์ดรุ่นเก่าอย่าง RTX 30 หรือ RTX 20 แต่อย่างใด

นอกจากสองฟีเจอร์หลักแล้ว NVIDIA ยังปรับปรุง NVIDIA App ด้วยการนำตัวเลือกการตั้งค่าภาพเก่า ๆ จากยุค Control Panel กลับมาให้ใช้งานอีกครั้งในเมนู Show Legacy Settings ไม่ว่าจะเป็น anisotropic filtering, anti-aliasing, ambient occlusion รวมถึงเครื่องมืออย่าง NVIDIA Surround เพื่อให้ผู้เล่นเกมรุ่นเก๋าที่ยังชอบการปรับแต่งภาพละเอียดได้กลับมาใช้งานกันแบบไม่ขาดตอน การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนทิศทางของ NVIDIA ที่ต้องการค่อย ๆ ยกเลิก Control Panel แบบเดิม และรวมทุกอย่างไว้ในซอฟต์แวร์สมัยใหม่เพียงตัวเดียว
สำหรับผู้ใช้โน้ตบุ๊กก็มีข่าวดี เพราะ Advanced Optimus ฟีเจอร์สำหรับสลับการ์ดจอระหว่างชิปกราฟิกออนบอร์ดกับการ์ดจอแยก GeForce ได้ถูกปรับปรุงใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ผู้ใช้สามารถเลือกเปิดหรือปิดการใช้งานเป็นรายแอปพลิเคชันได้โดยตรงจากเมนู ซึ่งช่วยให้การจัดการพลังงานและประสิทธิภาพทำได้ตรงจุดมากขึ้น

สุดท้ายคือ Project G-Assist ฟีเจอร์ AI ที่ NVIDIA เคยเปิดตัวมาก่อนหน้านี้ในฐานะผู้ช่วยปรับแต่งค่าคอนฟิกพีซี โดยรอบนี้ได้รับการอัปเกรดโมเดลให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้หน่วยความจำลดลงถึง 40% ทำให้สามารถใช้งานได้แม้กระทั่งบนการ์ดที่มี VRAM เพียง 6GB และยังฉลาดขึ้นในการเลือกปลั๊กอินมาช่วยเสริมการทำงาน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความยุ่งยากในการจูนเครื่องให้เหมาะกับการเล่นเกมหรือการใช้งานเฉพาะทาง
อัปเดต NVIDIA App ครั้งนี้เริ่มปล่อยในเวอร์ชันเต็มออกมาแล้ว ถือเป็นการก้าวต่อสำคัญของ NVIDIA ในการรวมเอาฟีเจอร์ใหม่และเก่าเข้ามาไว้ในซอฟต์แวร์เดียว เพื่อให้ผู้ใช้ GeForce RTX ได้ประสบการณ์ที่ครบเครื่องและสะดวกที่สุด ทั้งในแง่ของภาพที่สวยงาม การเล่นเกมที่ลื่นไหล และการควบคุมการตั้งค่าที่เข้าใจง่ายกว่าเดิม
ที่มา : videocardz