เปิดชื่อ 13 แบรนด์ยอดนิยม คนไทยเรียกยี่ห้อติดปาก จนกลายเป็นชื่อที่ถูกเรียกแทนตัวสินค้า
เคยเป็นไหม? เดินเข้าร้านค้าแล้วสั่งว่า "ซื้อแฟ้บ" แต่ในมือดันหยิบโอโม หรือหิวเมื่อไหร่ก็ร้องหา "มาม่า" ทั้งที่ต้มไวไวรวมมิตร พฤติกรรมแบบนี้ในทางจิตวิทยาและการตลาดเรียกว่า "Generic Trademark" หรือภาวะที่แบรนด์นั้น ๆ แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย จนชื่อแบรนด์กลายเป็นชื่อเรียกสามัญแทนสินค้าชนิดนั้นไปเลย วันนี้เราจะพาทุกคนไปเปิดวาร์ป 13 แบรนด์ดังระดับตำนาน ที่คนไทยเรียกสลับกับชื่อสินค้าจนเป็นเรื่องปกติ พร้อมเผยที่มาของชื่อที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้!
1. มาม่า (MAMA)
ชื่อสินค้าจริง: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
เวลาหิวขึ้นมาทีไร คำแรกที่หลุดออกจากปากคือ "อยากกินมาม่า" จนแบรนด์อื่นมีน้อยใจแน่นอน! จริง ๆ แล้วมาม่าเข้ามาเป็นแบรนด์ที่ 4 ในไทย (หลังแบรนด์ไวไวซะอีก) โดยก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 โดยคุณห้างเทียม โชควัฒนา เพียงแค่ 4 ปีแรกก็ทำยอดขายถล่มทลายจนต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนหลายสิบล้านบาท กลายเป็นไอเทมคู่ใจคนนอนดึกมาจนถึงทุกวันนี้
ที่มาของชื่อ: คำว่า "มาม่า" มีที่มาจากคำว่า "แม่" เพราะเป็นคำแรกที่เด็กส่วนใหญ่พูดได้ และแม่คือคนที่ทำอาหารอร่อย ๆ ให้เรากินเสมอ2. แฟ้บ (Fab)
ชื่อสินค้าจริง: ผงซักฟอก
นี่คือคำเรียกติดปากแบบ "ปีลึก" ที่รุ่นพ่อแม่ยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน วลีฮิตอย่าง "ไปซื้อแฟ้บมาซักผ้าหน่อย" ทั้งที่หยิบยี่ห้ออื่นมา แฟ้บคือผงซักฟอกยุคแรก ๆ ที่เข้ามาทำการตลาดในไทยช่วงหลังปี พ.ศ. 2475 (หลังเปิดตัวในอเมริกาเมื่อ พ.ศ. 2493) ด้วยความที่เป็นผงละลายน้ำง่าย ต่างจากยุคก่อนที่ใช้สบู่ก้อนซักผ้า ทำให้ฮิตระเบิดระเบ้อ แม้ปัจจุบันจะหาซื้อยากขึ้นมาก แต่ชื่อก็ยังคงอยู่ตลอดไป
ที่มาของชื่อ: ตัวย่อ FAB ย่อมาจากคำว่า Faster and Better แปลตรงตัวแบบมั่นใจว่า "ซักได้เร็วขึ้นและสะอาดดีขึ้น" นั่นเอง
3. โพสต์-อิท (Post-it)
ชื่อสินค้าจริง: กระดาษโน้ตมีแถบกาว
ไอเทมยอดฮิตของวัยเรียนและวัยทำงาน แต่อย่าไปสั่งฝรั่งว่าหยิบ Post-it นะครับ เพราะความจริงมันคือชื่อแบรนด์ยอดนิยมของบริษัท 3M สิ่งนี้เกิดจาก "ความผิดพลาดในห้องทดลอง" ของคุณ Spencer Silver ในปี พ.ศ. 2511 ที่ตั้งใจจะคิดค้นกาวเหนียวติดแน่น แต่ดันได้กาวเนื้อบางที่ลอกออกง่ายมาแทน เลยปิ๊งไอเดียเอามาทาบนกระดาษโน้ตจนกลายเป็นสินค้าเปลี่ยนโลก
ที่มาของชื่อ: ตอนแรกใช้ชื่อว่า Press n’ Peel ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Post-it (แปลว่า แปะมันลงไป) เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานที่สั้น กระชับ และจำง่าย4. แม็กซ์ (MAX)
ชื่อสินค้าจริง: เครื่องเย็บกระดาษ / ที่เย็บกระดาษ (Stapler)
"อย่าลืมเอาแม็กซ์เย็บชีทส่งอาจารย์ด้วยนะ" คนไทยพูดกันจนหลงคิดว่าภาษาอังกฤษเรียกสิ่งนี้ว่าแม็กซ์แน่ ๆ แต่ความจริงถ้าไปต่างประเทศต้องสั่งว่า Stapler โดยแบรนด์ MAX ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2485 โดยคุณทาคาชิ มิอิดะ ประเทศญี่ปุ่น เริ่มแรกผลิตเครื่องใช้ในสำนักงาน และเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องเย็บกระดาษรายแรก ๆ ที่เข้ามาทำตลาดจนยึดโต๊ะทำงานคนไทยได้อยู่หมัด
ที่มาของชื่อ: มาจากชื่อบริษัทเดิมคือ MAX Co., Ltd. ที่ตั้งใจเขียนเป็นตัวพิมพ์ใหญ่สั้น ๆ เพื่อให้คนจำง่าย อ่านคล่องปาก5. สก๊อตช์-ไบรต์ (Scotch-Brite)
ชื่อสินค้าจริง: ใยขัดพร้อมฟองน้ำ / แผ่นขัดอเนกประสงค์
แผ่นใยขัดสีเขียว ๆ คู่ใจห้องครัวที่ทุกคนเรียกจนชิน สก๊อตช์-ไบรต์ เป็นสินค้าชิ้นแรกของบริษัท 3M ที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 ถือเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมการขัดล้างแทนการใช้ฝอยขัดหม้อแบบเดิม ๆ จนทุกวันนี้ต่อให้แตกไลน์สินค้าไปเป็นไม้ถูพื้น หรือแปรงขัดห้องน้ำ คนไทยก็ยังเรียกเหมาเข่งว่าสก๊อตช์-ไบรต์อยู่ดี
ที่มาของชื่อ: เป็นการจับคู่คำระหว่าง Scotch (ไลน์สินค้ากลุ่มเทปและงานกาวเดิมของ 3M) ผสมกับคำว่า Bright (ที่เขียนเล่นคำใหม่เป็น Brite) สื่อถึงความสะอาดเงางามและสดใส6. สก๊อตช์เทป (Scotch Tape)
ชื่อสินค้าจริง: เทปใส (Cellophane Tape)
พี่น้องร่วมค่าย 3M ที่ทรงอิทธิพลไม่แพ้กัน เทปใสทุกม้วนบนโลกนี้มักจะถูกเรียกรวม ๆ ว่า "สก๊อตช์เทป" เสมอ แบรนด์นี้กำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2473 โดยคุณ Richard Drew ความเจ๋งคือในยุคสงคราม สก๊อตช์เทปเคยถูกนำไปใช้แปะปิดรอยรั่วขนาดเล็กบนเครื่องบินชั่วคราวเพื่อให้บินต่อไปได้มาแล้ว! ปัจจุบันมีสีสันและรูปแบบแยกย่อยไปมากกว่า 100 ชนิด
ที่มาของชื่อ: ย่อมาจากชื่อเต็ม ๆ ในอดีตคือ Scotch Cellophane Tape (Cellophane แปลว่า กระดาษใส) คนจึงตัดทอนคำให้เหลือสั้น ๆ เพื่อความสะดวกในการเรียก7. ซีร็อกซ์ (Xerox)
ชื่อสินค้าจริง: เครื่องถ่ายเอกสาร (Photocopy)
"แก ๆ ฝากไปซีร็อกซ์เอกสารชุดนี้ให้หน่อย" อีกหนึ่งคำติดปากที่กลายเป็นคำกริยาแทนคำว่าถ่ายเอกสารไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เครื่องถ่ายเอกสารที่ตั้งอยู่ตรงหน้าอาจจะเป็นยี่ห้อ Canon, Brother หรือ Epson ก็ได้! แบรนด์ Xerox คือผู้คิดค้นเครื่องถ่ายเอกสารระบบเลเซอร์และกระดาษธรรมดาเป็นรายแรกของโลก ทำตลาดจนดังระเบิดจนคนเลิกพูดคำว่า Photocopy แล้วหันมาใช้คำนี้แทน
ที่มาของชื่อ: มาจากคำว่า Xerography ในภาษากรีก ซึ่งแปลว่า "การเขียนแบบแห้ง" เพื่อสื่อถึงนวัตกรรมการถ่ายเอกสารที่ไม่ต้องใช้หมึกเหลวแบบเดิมๆ8. ทัปเปอร์แวร์ (Tupperware)
ชื่อสินค้าจริง: กล่องพลาสติกใส่อาหาร
ไม่ว่าจะเป็นกล่องถนอมอาหารยี่ห้อไหน จะซื้อมาจากห้างหรือร้านแกงแถวบ้าน คุณแม่บ้านส่วนใหญ่ก็มักจะเรียกรวมกันว่า "ทัปเปอร์แวร์" แต่ความจริงมันคือชื่อแบรนด์เครื่องครัวพลาสติกเกรดพรีเมียมระดับโลกที่โด่งดังมาตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยนวัตกรรมฝาปิดสุญญากาศที่ล็อกความสดของอาหารได้แน่นหนาจนกลายเป็นตำนาน
ที่มาของชื่อ: ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งคือ Earl Tupper ซึ่งเป็นคนคิดค้นเทคโนโลยีพลาสติกโพลีเอทิลีนที่ยืดหยุ่นและไม่มีกลิ่นนั่นเอง9. โพลารอยด์ (Polaroid)
ชื่อสินค้าจริง: กล้องถ่ายภาพด่วน / ภาพอินสแตนท์ (Instant Camera)
"ถ่ายโพลารอยด์กัน!" ทั้งที่กล้องในมืออาจจะเป็น Fujifilm Instax ก็ตาม แบรนด์ Polaroid คือผู้บุกเบิกและปฏิวัติวงการถ่ายภาพด้วยการคิดค้นกล้องและฟิล์มที่สามารถล้างและพิมพ์รูปออกมาให้เห็นได้ทันทีภายในเวลาไม่กี่นาที จนครองใจคนทั่วโลกมาหลายทศวรรษ
ที่มาของชื่อ: มาจากคำว่า Polarizing Filter (แผ่นกรองแสง) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแรกเริ่มที่บริษัทใช้ทำแว่นตากันแดดและสารเคลือบเลนส์ ก่อนจะนำมาประยุกต์ใช้กับกล้องถ่ายรูป10. กาวตราช้าง
ชื่อสินค้าจริง: กาววิทยาศาสตร์ / กาวซูเปอร์กลู (Super Glue)
ของพังเมื่อไหร่ ทุกคนต้องวิ่งหา "กาวตราช้าง" ติดบ้านไว้ก่อนเสมอ จนทำให้คนไทยเรียกกาวหลอดเล็ก ๆ ที่แห้งไวและติดแน่นเป็นพิเศษทุกยี่ห้อว่ากาวตราช้างไปหมดแล้ว ความจริงมันคือชื่อแบรนด์กาวไซยาโนอะคริเลต (Cyanoacrylate) เจ้าแรก ๆ ที่เข้ามาทำตลาดในไทยและโฆษณาจนทรงอิทธิพลด้วยภาพจำความเหนียวแน่นขนาดที่ช้างยังดึงไม่หลุด
ที่มาของชื่อ: เป็นการตลาดในไทยที่เลือกใช้ "ช้าง" สัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่มีพละกำลังมหาศาล เพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความเหนียว แน่นหนา และทรงพลังของเนื้อกาว11. แพมเพิร์ส (Pampers)
ชื่อสินค้าจริง: ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเด็ก
คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เดินเข้าร้านสะดวกซื้อ มักจะพูดว่า "ไปซื้อแพมเพิร์สให้ลูกหน่อย" แต่ในตะกร้าดันหยิบ MamyPoko หรือ Huggies แบรนด์ Pampers คือผู้คิดค้นและผลิตผ้าอ้อมสำเร็จรูปรายแรกของโลกจากบริษัท P&G ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 และเข้ามาปฏิวัติชีวิตคุณแม่ยุคใหม่ให้สะดวกสบายขึ้นจนกลายเป็นชื่อเรียกติดปาก
ที่มาของชื่อ: มาจากคำกริยาภาษาอังกฤษว่า Pamper ที่แปลว่า "เอาใจใส่, ทะนุถนอม หรือตามใจ" สื่อถึงความนุ่มสบายและการดูแลผิวลูกน้อยอย่างอ่อนโยน
12. คอฟฟีเมต (Coffee-mate)
ชื่อสินค้าจริง: ครีมเทียม
พูดง่าย ๆ ก็คือ.. ในชีวิตประจำวันเราได้ยินคำว่า "คอฟฟีเมต" บ่อยกว่าคำว่าครีมเทียมซะอีก! สินค้าตัวนี้เป็นของยักษ์ใหญ่อย่างเนสท์เล่ (Nestlé) ที่ส่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 ด้วยรสชาติที่หอมมันกลมกล่อมลงตัว ทำให้ครองใจคอกาแฟชาวไทยยาวนานหลายทศวรรษ ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเจ้าแห่งตลาดครีมเทียมอยู่ ถึงขั้นที่บางครั้ง ต่อให้เป็นครีมเทียมของค่ายคู่แข่ง คนไทยเราก็ยังคงเรียกเหมาเข่งว่าคอฟฟีเมตอยู่ดี
ที่มาของชื่อ: เป็นการผสมคำแบบตรงตัวระหว่าง Coffee (กาแฟ) และ Mate (เพื่อน, คู่หู) สื่อความหมายสุดโรแมนติกว่าเป็น "คู่แท้ของกาแฟ" ที่ขาดกันไม่ได้นั่นเอง13. ลิควิด (Liquid Paper)
ชื่อสินค้าจริง: น้ำยาลบคำผิด / น้ำยาป้ายคำผิด (Correction Fluid)
ก็เพราะคำว่า "น้ำยาลบคำผิด" มันยาวและเรียกยากเกินไป วัยเรียนและวัยทำงานจึงตัดเหลือสั้น ๆ แค่ "ลิควิด" แบรนด์ Liquid Paper คือน้ำยาลบคำผิดแบบขวดพู่กันป้ายยอดนิยมจากสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาโด่งดังในไทย แน่นอนว่าฝรั่งบางประเทศเองก็ขี้เกียจเรียกชื่อยาว ๆ อย่าง Correction Fluid เช่นกัน จึงมักมีศัพท์สแลงเรียกกันว่า White-out หรือเรียกชื่อแบรนด์คู่แข่งอย่าง Wite-Out แทนเช่นกัน จนกลายเป็นอีกหนึ่งคำกริยาประจำโต๊ะเขียนหนังสือไปเลย
ที่มาของชื่อ: มาจากคำว่า Liquid Paper ที่แปลตรงตัวว่า "กระดาษเหลว" สื่อถึงคุณสมบัติของน้ำยาสีขาวเข้มข้นที่เมื่อทาลงไปแล้วจะแห้งสนิทเนียนกริบกลืนไปกับเนื้อกระดาษทันที
ลิควิด

6 hours ago
1

.jpg)





English (US) ·